วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วิธีการปูเตียงแบบธรรมดา

 




        การปูเตียงว่างจะกระทำเพื่อเตรียมเตียงรับผู้ป่วยใหม่ หรือเปลี่ยนผ้าใหม่ให้ผู้ป่วยต้องทำความสะอาดเตียง บริเวณรอบๆเตียง โต๊ะข้างเตียงตลอดจนของเครื่องใช้ต่างๆ ก่อนจะปูเตียงหรือหลังจากรื้อเตียงเมื่อผู้ป่วยกลับบ้านแล้วทุกครั้ง
     1. ล้างมือให้สะอาดก่อนจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะผ้า เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากผู้ป่วยคนหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง
     2. ถือผ้าและอุปกรณ์เครื่องใช้ห่างจากเครื่องแต่งกายที่สวมใส่ เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสและการติดเชื้อ
     3. นำผ้าที่เตรียมไว้เรียงลำดับการใช้มาพาดบริเวณปลายเตียงด้านโต๊ะข้างเตียง หรือบนเก้าอี้ที่สะอาดไม่วางที่เตียงผู้ป่วยอื่น เป็นการป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคจากเตียงผู้ป่วยอื่นมาติดผ้า
    4. จัดบริเวณเตียงให้มีที่ว่างพอสมควร เช่น เลื่อนเก้าอี้ไว้ปลายเตียง เพื่อสะดวกในการปูเตียงไม่มีสิ่งกีดขวางขณะทำเตียง
    5. ล็อคคล้อเตียงให้เตียงอยู่กับที่
    6. ตรวจดูที่นอนให้อยู่ในสภาพแข็งแรงทรงรูป ไม่เป็นหลุม ไม่ฉีกขาดสามารถรับน้ำหนักผู้ป่วยได้ในท่านอนราบ (horizontal position) หลังไม่คดงอไม่ก่อให้เกิดอาการปวดหลัง
    7. ตรวจดูความสะอาดของหมอน ความอ่อนแข็ง การฉีกขาด หมอนรองศีรษะควรมีขนาดไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป นุ่มพอดี เพื่อความสุขสบายของผู้ป่วย
    8. ทำเตียงทีละข้างเป็นการประหยัดแรงงานของพยาบาล
    9. ปูผ้าปูที่นอนโดยให้จุดกึ่งกลางของผ้าวางทับลงบนจุดกึ่งกลางของที่นอน เพื่อให้ชายผ้าเท่ากันทั้งสองด้าน
   10. คลี่ผ้าปูออกไปทางหัวและปลายเตียงตลบผ้าปูครึ่งหนึ่งกลับไปด้านตรงข้ามเพื่อสะดวกในการปูเตียงอีกด้านหนึ่ง
   11. เหน็บชายผ้าปูที่นอนด้านข้างเตียงก่อนแล้วจึงเหน็บชายผ้าด้านปลายเตียง และทำมุมด้านข้างทั้งสองข้าง เพราะด้านหัวเตียงไม่สามารถดึงผ้าได้สะดวกจะติดพนักหัวเตียงและการทำด้านปลายเตียงจะดึงผ้าปูที่นอนให้ตึงได้สะดวก ในกรณีที่ที่นอนเบา ผ้าปูแคบ ผู้ป่วยดิ้นอาจต้องใช้ เข็มซ่อนปลายช่วยกลัดไว้ แต่ต้องไม่ใช้กับที่นอนเด็กเพราะเด็กอาจจะล้วงมือเข้าไปใต้มี่นอนและถูกทิ่มแทงได้
   12. การทำมุมด้านข้างเตียง
       12.1 ดึงผ้าปู ( ผ้าห่มหรือผ้าคลุมเตียง) ให้ตึงและแบมือสอดเข้าใต้ที่นอนด้านข้าง และด้านหัวเตียงและปลายเตียง
       12.2 จับผ้าปูที่มุม ทำเป็นรูปสามเหลี่ยม (ชายธง) ให้ชายผ้าขนานกับที่นอนทั้งสอง
       12.3 เหน็บมุมชายธงด้านล่างเข้าใต้ที่นอน
       12.4 ใช้มือสอดทำมุมชายธงด้านบน
       12.5 เหน็บมุมชายธงด้านล่างเก็บชายผ้าด้านข้างดึงให้ตึง พับเหน็บชายธงด้านบนเข้าใต้เตียงให้เรียงร้อย
   13 ปูผ้ายางขวางเตียงบริเวณที่ต้องการตามสภาพของผู้ป่วย เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกเปื้อนผ้าปู คลี่ผ้ายางให้อยู่ตรงกลางที่นอน พับผ้ายางที่เหลือไปด้านตรงข้ามเหน็บชายผ้ายางเข้าใต้ที่นอน
    14 ผ้าปูขวางเตียงให้คลุมปิดผ้ายางเพื่อป้องกันผ้ายางถูกผิวหนังผู้ป่วย เหน็บชายผ้าเข้าใต้ที่นอน โดยแบมือสอดผ้าเข้าไปให้สุดชายผ้า
     15 สวมปลอกหมอน โดยสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปในปลอกหมอนที่ตลกกลับเอาด้านในออกเพื่อป้องกันการ ฟุ้งกระจายของละอองและเชื้อโรค จับตรงมุมทั้งสองข้างแล้วตลบปลอกหมอนกลับไปที่ตัวหมอน ใช้มือข้างหนึ่งจับตรงกลางด้านตัวหมอนที่มีปลอกหุ้มแล้ อีกมือหนึ่งดึงปลอกหมอนโดยรอบลงมาคลุมตัวหมอน จับหมุนปลอกหมอนให้เรียบร้อย แล้ววางที่หัวเตียงโดยหันชายเปิดของปลอกหมอนไปทางด้านตรงข้ามประตู ทางเดิน หรือด้านที่จะ รับลมหรือฝุ่นละออง
     16 ปูผ้าห่ม วางแบบเดียวกับผ้าปูที่นอน แต่ให้ชายผ้าทางด้านหัวเตียงเสมอกับขอบที่นอน คลุมหมอนให้มิด เหน็บชายผ้าทางด้านปลายที่นอน เป็นแบบชายธง
      17 แขวนผ้าเช็ดด้านสันออกไว้ที่พนักหัวเตียงด้านใกล้ตู้ข้างเตียง เพื่อสะดวกในการหยิบใช้และเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย
      18 เดินไปหัวเตียงอีกด้านหนึ่ง ดึงผ้าปูที่พับมาให้ตึงและเรียบ ผู้ป่วยจะนอนสบายและลดแรงกดทับที่เกิดขึ้นขณะผู้ป่วยนอน เหน็บชายผ้าด้านข้างเตียง หัวเตียงและปลายเตียงและทำมุมชายธง
      19 จัดเตียงให้เข้าที่ ดูแลความสะอาด ความเรียบร้อยของโต๊ะข้างเตียง เลื่อนเข้ามาใกล้เตียงเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยหยิบของใช้บนตู้ข้างเตียงได้สะดวก ในกรณีทำเตียงเพื่อรับผู้ป่วยใหม่ นำผ้าห่มหรือผ้าคลุมเตียงมาปูทับผ้าปูโดยทำชายธงด้านล่างแล้วปล่อยปลายบนลงมาคลุม ไม่เหน็บเข้าใต้เตียงเพื่อสะดวกและความรวดเร็วขณะรับผู้ป่วยใหม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น